Custom Search

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เรามาทำความรู้จักดวงตาของเรากัน


“เมื่อหัวใจต้องทำงานทั้งชีวิต ดวงตาย่อมไม่ต่างกัน”

องค์ประกอบหลักของดวงตา ได้แก่
Cornea (กระจกตา) เป็นส่วนที่อยู่บริเวณด้านหน้าของดวงตา มีฟิล์มบางๆ เคลือบหล่อลื่นอยู่ กระจกตามีลักษณะใส ทำหน้าที่รับแสงที่ผ่านเข้ามายังดวงตา

Iris (ม่านตา) เป็นบริเวณที่มีเม็ดสีบรรจุอยู่ ทำให้สีตาของแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติต่างกัน เช่น ตาสีดำ ตาสีฟ้า ตาสีน้ำตาล บริเวณนี้มีรูตรงกลางเรียกว่า รูม่านตา (Pupil) ทำหน้าที่ ขยายและหดตัว เพื่อปรับแสงที่ผ่านเข้าดวงตาให้เหมาะสม แสงจะผ่านรูม่านตาไปสู่เลนส์ตา

Lens (เลนส์ตา) เลนส์ตาของมนุษย์เป็นเลนส์นูน ทำหน้าที่เหมือนเลนส์กล้องถ่ายรูป สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างเพื่อให้สามารถมองภาพชัดเจนในระยะใกล้หรือไกลได้ เลนส์ตาทำหน้าที่รับแสงจึงเสี่ยงต่อการทำลายด้วยอนุมูลอิสระจากปฏิกิริยาของแสงยูวีจากแสงแดดซึ่งก่อให้เกิดปัญหาเลนส์ตาขุ่นมัวจนกระทั่งเกิดต้อกระจกได้

Retina (เรตินาหรือจอประสาทตา) รับแสงที่ผ่านมาจากเลนส์ตา ทำหน้าที่บันทึกภาพที่มองเห็น โดยมีเส้นประสาทตาเชื่อมโยงกับสมอง เพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองและแปรสัญญาณออกมาเป็นรูปภาพ กรที่คนเราจะสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจน จำเป็นต้องมีจอประสาทตาที่ปกติ ถ้าหากเปรียบดวงตากับกล้องถ่ายรูป จอประสาทตาเทียบได้กับฟิล์ม หากฟิล์มเกิดความเสียหาย ภาพที่ถ่ายได้จะมีคุณภาพไม่ดี เช่นเดียวกับผู้ที่มีความผิดปกติของจอประสาทตา การมองเห็นไม่ชัดเจน

Macula (จุดรับภาพ) คือจุดสำคัญที่อยู่กลางจอประสาทตา ประกอบด้วยตัวรับแสง (Photoreceptors) จำนวนมากซึ่งแปรสัญญาณไปยังสมอง เนื่องจากบริเวณนี้มีตัวรับแสงจำนวนมากและหนาแน่น จึงมีหน้าที่สำคัญที่ช่วยให้มองเห็นภาพได้รายละเอียดและชัดเจนมากขึ้น จุดกึ่งกลางของ Macula เรียกว่า โฟเวีย (Fovea) ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นภาพได้คมชัดที่สุด จุดรับภาพเสื่อมลงได้เมื่อมีอายุมากขึ้น เช่น อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงจากการเกิดภาวะเสื่อมของจุดรับภาพนี้เรียกว่า Age-related Macular Degeneration (AMD) หรือจุดรับภาพของจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ วึ่งมีอาการตามัว มองเห็นภาพบิดเบี้ยว มองเห็นจุดดำกลางภาพ และมีปัญหาในการมองที่มืด ภาวะเสื่อมนี้เป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้นที่ทำให้ตาบอดได้ในที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น